บริจาค

เห็นว่า..บล็อกนี้ดี มีประโยชน์... โปรดสนับสนุนผู้ทำบล็อกได้ที่ พร้อมเพย์ 083-4616989
หรือบัญชี 002-1-70462-8 กสิกรไทย สาขาบางลำภู
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอผี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอผี แสดงบทความทั้งหมด

กะโหลกผี น้ำมันพราย




หมู่นี้ มีข่าวหมอผีและคณะไปลักศพ ลักกระดูกศพบ่อยมาก  นั่นก็หมายความว่า “มีคนซื้อมากขึ้น”  พวกผู้ขายก็ต้องมีการผลิตสินค้ามากขึ้น

ภาพด้านบนนั้น  ลูกศิษย์หมอผีถูกจับได้ แต่ตัวหมอผีหนีไปหมดแล้ว  เนื้อหาข่าวนั้น อ่านเฉพาะส่วนนำก็พอรู้เรื่องแล้ว ดังนี้

พบแล้วศีรษะศพที่ถูกขโมยจากอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ที่แท้หมอผีพร้อมลูกศิษย์เหิมขโมยมาทำพิธีไสยศาสตร์

ที่เมืองอุดรธานี ตำรวจบุกค้นรังจับกุมได้แค่ตัวลูกศิษย์สาว ส่วน 2 หมอผีไหวตัวหนีทัน

สลดลูกศิษย์สารภาพนำกะโหลกศีรษะไปทำน้ำมันพราย ขี้ผึ้งเสน่ห์ และจะทำปั้นเหน่ง ด้านตำรวจเร่งล่า 2 หมอผีมาลงโทษ

จากข่าวนี้ หมอผีและคณะชุดนี้ คงจะมั่วพิลึก ลูกศิษย์ก็คงมั่วด้วย  ถ้าไม่อย่างนั้น นักข่าวก็คงจะมั่วไปด้วย

เอาเรื่องน้ำมันพรายก่อน น้ำมันพรายเขาทำกันอย่างนี้ นี่ไปเอามาจากโฆษณาขายน้ำมันพรายเลย


น้ำมันพรายเขาต้องเอาผีตายทั้งกลมมาทำ อย่างที่เราเคยดูในหนังนั่นแหละ ไม่ใช่ไปลนเอามาจากหัวกะโหลก

สำหรับปั้นเหน่งนั้น  มีความเป็นมาอย่างนี้




ตามตำนานเล่ากันว่า ในสมัยของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งที่แม่นาคออกอาละวาดหลอกหลอนผู้คนอย่างหนัก และครั้งหนึ่งข่าวแม่นาคหลอกหลอนหนักโดยเฉพาะที่แยกมหานาค (ในปัจจุบัน)

ทำให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้มาทำการสะกดวิญญาณความเฮี้ยน และเจาะกะโหลกผีแม่นาคเอามาขัดเป็นมัน ลงอักขระอาคม ทำเป็นปั้นเหน่งคาดเอว

จากข่าวดังกล่าว และข่าวอื่นๆ ในยุคนี้ พอสรุปได้ว่า  คนไทยส่วนหนึ่งคงเชื่อเรื่องทำนองนี้มาก และต้องการหาซื้อมากขึ้น 

บรรดาผู้ผลิตสินค้า คือ หมอผีทั้งหลายก็ต้องตะเกียกตะกายไปหาวัตถุดิบกัน  พอดีว่า วัตถุดิบสมัยนี้มันหายากขึ้น และผิดกฎหมายด้วย

การไปหาวัตถุดิบจึงต้องแอบๆ ซ่อนๆ และหนีตำรวจกันอย่างนี้ 

แต่เรื่องนี้ สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้  คือ สามารถเรียกราคาสินค้าให้สูงขึ้นได้

ถ้าถามว่า แล้วน้ำมันพราย ปั้นเหน่ง ฯลฯ มันมีฤทธิ์อย่างที่โฆษณาจริงหรือไม่ 

คำตอบก็เป็นดังนี้

1- ส่วนใหญ่หลอกแดกประชาชน  ไม่มีฤทธิ์อะไรเลย  พวกนี้คนทำไม่ใช่หมอผี ไม่เล่นไสยศาสตร์อะไร  เป็นพวก 18 มงกุฏอย่างเดียว

2- มีฤทธิ์จริง

มารนั้น มันมีอยู่โดยทั่วไป  ถ้าเก่งๆ หรือพวกหัวหน้าก็คือ จักรพรรดิภาคมาร  กายจะดำสนิท  มีฤทธิ์มาก

พวกผีตายโหงที่กวนตีน ผีกะเลวกะราดทั้งหลาย ผีเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ฯลฯ สัมภเวสีที่ทำความชั่ว ความเลวทั้งหลาย ถือว่าเป็นมารทั้งสิ้น

พวกนี้ ถ้ามีหมอผี หรือพวกนับถือไสยศาสตร์ทำพิธีอะไร เขาก็จะไปสิงสู่ในของสิ่งนั้นเลย  ซึ่งทำให้วัตถุอัปมงคลเหล่านั้น มีอิทธิฤทธิ์ไปด้วย

อย่างไรก็ดี  ของพวกนี้ ไม่สามารถจะใช้ได้ผลอย่างที่คุยไว้  มันใช้ได้กับคนบางพวก บางเวลาเท่านั้น

เอาตัวผมเป็นตัวอย่าง....

ผมเคยมีแฟนเก่าคนหนึ่ง  แฟนคนนี้สนิทกับแม่ผมมาก  ตอนเลิกกันกับแฟน  แฟนเก่ากับแม่ผมนี่แหละ พากันไปหาหลวงพ่อ เพื่อจะทำพิธีให้ผมกลับมาดีกันเหมือนเดิม

ที่น่าแค้นใจก็คือ แม่ผมเป็นคนไปเลย  หลวงพ่อรูปที่ว่านี้ อยู่วัดใกล้บ้านผม.. หลวงพ่อท่านที่ว่านี้ เก่งทางนี้มาก ชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร

ปรากฏว่า ขณะที่ทำพิธีอยู่นั้น ขันน้ำมนต์คว่ำลงมาจากโต๊ะหมู่บูชาเลย  พระรูปดังกล่าว บอกว่า “คนนี้มันมีครูแรง ให้ไปเอาตัวมันมา ถึงจะทำพิธีได้

เรื่องนี้ แฟนเก่าเล่าให้ผมฟังเองอีกหลายปีต่อมา  เขาอยากรู้ว่า ผมมีอะไรดี 

ผมก็บอกว่า “ผมก็ปฏิบัติธรรมแบบวิชาธรรมกายเท่านั้น” ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ  มาปัจจุบันนี้ ถึงรู้ว่า ผมมีจักรพรรดิเก่งๆ ช่วยเหลือมาตั้งนานแล้ว

ดังนั้น  ของอัปมงคลทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ใช่ว่า จะไปใช้ได้ทุกเวลา ทุกโอกาส และทุกคน  คนที่ดวงกำลังตก ของพวกนี้ก็จะใช้ได้

แต่ถ้าคนๆ นั้น เป็นคนอยู่ในศีลธรรม  ของพวกนี้ก็ทำอะไรไม่ได้

สิ่งที่น่ากลัวก็คือ  ใครใช้ของพวกนี้ ตายไปแล้ว ตกนรกกันยาวนานทุกคน.... บางคนก็รับโทษกันตั้งแต่ยังไม่ตายเลยทีเดียว

อย่าไปยุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาดกับของพวกนี้..


-------------------------
เขียนโดย ดร. มนัส โกมลฑา Ph.D. (สหวิทยาการ)
www.manaskomoltha.net
Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/manas4299/
Line ID : manas4299
Youtube: https://www.youtube.com/user/mommeam4299/
โทรศัพท์ : 083-4616989



หมอจับผี

บทความนี้เป็นเรื่องเล่าเรื่องที่สามในกระทู้ “เมื่อหมอ "จับผี"!”  เนื้อหาของกระทู้ก็เป็นดังนี้

เหตุการณ์ที่ 3
เป็นเหตุการณ์ที่ผม จับ"ผี"ได้

แปลกอย่างนึงคือ ทุกเหตุการณ์ที่เจอ มักจะเป็นตอนกลางคืนครับ ไม่เคยเกิดตอนกลางวันเลย

เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน เกิดขึ้นเมื่อตอนผมเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่ 1 ห่างจากเหตุการณ์ที่ 2 ราวๆ 3 เดือน คือหลังจากไปเวียนอยู่ รพช. 3 เดือนแรก ก็กลับมาอยู่ รพศ. อีก 9 เดือน เจอช่วงนี้ล่ะครับ

วันนั้นขับรถจากบ้าน เพื่อไปอยู่เวรที่รพศ. ระหว่างทางเจออุบัติเหตุ มีรถพยาบาลของรพ.ไปจอดรอที่เกิดเหตุพร้อมกู้ภัย ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เจอศพอยู่กลางถนน

มาถึงรพ. ก็ถามเหตุการณ์กับพี่พยาบาลเวรห้องฉุกเฉินว่า เออ เพิ่งขับผ่านมาตรงสะพานแยกหมู่บ้านตรงนั้น มีอะไรกันหรอ

พี่พยาบาลบอกว่า คนท้องโดนรถชน เห็นว่าคอขาดเลย หมอเอเพิ่งออกไปชันสูตร

ก็ อืมๆๆ รับทราบๆ

แล้วพี่พยาบาลก็แซวว่า หมอขับผ่านทางนั้นทุกวันระหว่างนะ.. เห็นว่าถ้าตายทั้งกลมจะเฮี้ยนมาก
ผมเลยบอกไปว่า มาเหอะจะจับมาบังคับให้บอกหวยงวดนี้ซะ

ก็ยังตลกสนุกกันไป

ตอนนั้นเป็นตอนเย็นพลบค่ำ แต่ผมต้องอยู่เวรต่อจนเช้า ราวๆ ตี 2 ตี 3 ออกมาตรวจคนไข้ที่ห้องฉุกเฉิน นั่งคุยเล่นกับพี่พยาบาลเวรดึกสักพัก แล้วก็กลับเข้าไปนั่งเล่นนอนเล่นต่อในห้องพักแพทย์

เห็นว่าไม่มีเคสแล้ว ก็เลยปิดไฟ เอนหลังจะนอน

สภาพห้องพักแพทย์ เป็นห้องเล็กๆ มีห้องนอนสำหรับแพทย์ห้องเล็กๆ อยู่ข้างๆ กัน ห้องเล็กมาก มีเตียงเดียว ปลายเตียงเป็นผนังห้องชนกับปลายเตียงพอดี ไม่สามารถยืนปลายเตียงได้

หัวเตียงเป็นหน้าต่างห้องพัก มีโทรศัพท์ มีพัดลม ส่วนอีกด้าน ข้างเตียงเป็นพื้นที่เปล่า แคบๆ ราวๆ 1 เมตรได้ เป็นทางเดินออกไปประตู อีกด้านของเตียงชนกับผนังห้อง

เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อผมปิดไฟ ผมล้มตัวลงนอน นอนหงาย จากนั้นก็ตะแคงตัวไปทางขวา หันหน้าเข้าหาฝาผนัง ไม่ทันถึง 10 วินาที

ผมก็ขยับตัวไม่ได้ เหมือนเป็นอัมพาตท่อนล่างตั้งแต่คอลงมา แบบ C-Spine injury หรือไม่ก็มี Lesion รอยโรคกด spinal cord ที่ตำแหน่งคอ ราวๆนั้น

แต่มันเป็นแบบฉับพลันมาก ขยับอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นตกใจ กลัวมาก กลัวว่าตัวเองจะตายจาก C-spine injury แต่ก็ยังคิดว่าอยู่ดีๆทำไมเป็นได้ไง

พยายามจะตะโกนเรียกคนช่วย จะพยายามเอื้อมมือไปกดโทรศัพท์เรียกคนช่วย แต่ร่างกายไม่ขยับ
นอนนิ่งท่าตะแคงขวาอยู่อย่างนั้น น่าจะราวๆ 4-5 วิ

เหลือบตามองไปรอบๆตัว ก็ต้องตกใจ... เมื่อพบว่าตรงขาผมมีคนนั่งอยู่

เป็นผู้หญิงครับ ใส่ชุดอะไรไม่แน่ใจ แต่ว่านั่งพับเพียบอยู่ ตาจ้องมองมาที่ผมเขม็งเลย มือขวาเธอวางบนตัก อีกมือมือซ้ายยันพื้นอยู่

มือซ้ายวางใกล้กับมือผมมาก ตอนแรกตกใจว่าอยู่ดีๆใครเข้ามาในห้อง แต่ต่อมาพอตั้งสติได้ก็เลยพยายามร้องขอให้ช่วยเหลือ ว่า ช่วยผมด้วยๆ

ผมเป็นอัมพาต พาผมไปส่งห้องพยาบาลที.. ราวๆนี้

แต่เสียงที่ผมได้ยินคือเสียงอู้อี้ๆ ในลำคอผมเอง ฟังไม่รู้เรื่องเลย

นานครับเป็นอยู่นาน น่าจะเป็นนาทีเลย ผู้หญิงนั้นก็ยังคงนั่งจ้องหน้าผมอยู่

ผมเริ่มคิดได้ว่า หรือจะเป็น "ผี" ผีอำอย่างที่เขาว่าๆกันรึเปล่า

ก็เลย "ด่า" ครับ "แช่ง" ครับ เคยได้ยินว่าถ้าเจอผีอำให้ด่าผี แช่งผี แล้วมันจะหนีไป ปรากฎว่ามันไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย

ก็เลย เริ่ม "สวดมนต์" ครับ ซึ่งบอกตามตรง สวดเป็นอย่างเดียวคืออะระหังสัมมา ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากความตกใจ ความกลัว ตอนนี้เริ่ม "โกรธ" ครับ รู้สึกว่าอะไรมันจะนักหนา ไล่ก็ไม่ไป แช่งก็ไม่ไป มันอึดอัดนะรู้ไม๊

ผมพยายามขยับตัวสุดแรงเกิด พยายามขยับมือผมเพื่อไปกระชากจับตัวผีตนนี้ให้ได้

ในใจคิดว่า เออ รอก่อนนะอย่าหนีไปไหน เดี๋ยวจะจับผีเอาไปอวดชาวบ้านให้ได้

ผมขยับได้แค่มือ พยายามสุดแรงเกิดจนสามารถขยับมือไปจับมือของผีข้างซ้ายที่ยันพื้นอยู่ได้

ไม่น่าเชื่อครับ ว่าสัมผัสแรกที่แตะตัวผีได้ มันเหมือนมือคนที่เป็นฟองน้ำครับ มันนิ่มมาก แต่เป็นของแข็ง เหมือนเอาไม้มาหุ้มด้วยฟองน้ำ แล้วเรากำลงไปที่ไม้นั้นน่ะครับ

แว๊บเดียวเท่านั้นครับ ผมสังเกตได้เลยว่าผีตัวนั้นตกใจมาก มันสะดุ้งครับ คงตกใจว่าทำไมคนมาจับตัวมันได้

อาจจะเคยอำใครมาก่อน แต่ไม่เคยมีใครจับตัวมันได้ หรือขยับตัวขณะที่มันอำอยู่ได้ มันตกใจครับ สะดุ้งแล้วชักมือหนีผมทันที แล้วก็ลุกพรวดหายไปเลย

จากนั้นผมก็ขยับตัวได้ แล้วลุกนั่ง พยายามมองหามัน แต่ว่าไม่เจอแล้ว

ลุกเดินไปเปิดไฟ ไม่ใช่กลัวครับ แต่จะดูว่าเป็นคนรึเปล่า มีลืมอะไรไว้ให้ติดตามตัวรึเปล่า ปรากฏว่าไม่มี ประตูก็ล็อกดี

คืนนั้นทั้งคืน นอนไม่หลับยันเช้าครับ

นั่งคิดนอนคิด พยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่าเราเป็นอะไร

รู้ตัวดีตลอด ไม่ได้หลับ ไม่สลึมสลือ แล้วผีมันจับตัวได้หรอ แล้วที่เราสัมผัสได้คืออะไร?

นั่นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่พบเจอ จนถึงวันนี้ผ่านมาหลายปีมาก ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรทำนองนี้อีกเลย

เรื่องนี้ ผมก็เชื่อคุณหมอนะครับ แต่ก็นับว่าแปลกมาก ที่หมอจับผีได้ รู้สึกได้ด้วยว่า เมื่อผีเป็นอย่างไร  แล้วที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ผีมันตกใจกลัวเสียด้วย

เรื่องผีมาหลอกคนนี่  วิทยากรสอนธรรมะของเราก็โดนนะครับ  แต่ไม่ได้โดนกันทุกคน  ผมคนหนึ่งที่ไม่เคยโดนอย่างนี้แล้ว

มีวิทยากรผู้หญิงท่านหนึ่ง เก่งมาก แต่ท่านก็โดนผีแสดงตัวให้เห็นอย่างนี้อยู่เป็นประจำ ก่อนหน้าจะเป็นวิทยากรท่านก็ค่อนข้างกลัวผีอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนใหญ่แล้ว ผีที่มาแสดงตัวให้เห็นนั้น ต้องการขอบุญบารมีจากท่าน แต่เป็นประจำเลย ที่ท่านเห็นก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา

บางที ผีมันก็มานอนทับขาเล่นเสียอย่างนั้น ระหว่างหลับ  ตื่นขึ้นมาคนมันก็ตกใจเหมือนกัน  บางทีดูทีวีอยู่ดีๆ ผีมันก็มายืนบังทีวีเสียอย่างนั้น

ในการไปบรรยายร่วมกันครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลหาดใหญ่  ในเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมานี้ พยาบาลซึ่งเจอผีกันเป็นประจำก็ถามปัญหานี้  

ผมก็ตอบไปว่า ส่วนใหญ่เขามาขอบุญบารมี ก็แผ่เมตตาให้เขาก็แล้ว  อย่างไรก็ดี  ผมนึกยังไงไม่ทราบ ก็แนะนำเพิ่มไปอีกว่า  ให้บอกผีให้บอกหวยก่อน แล้วถึงจะช่วย

วิทยากรท่านนี้ ได้ยินผมตอบอย่างนั้น ท่านจำได้  ต่อมาอีกไม่นาน ผีก็มาให้ท่านเห็นอีก

ท่านจำคำพูดผมได้  ก็เลยบอกผีว่า “บอกหวยก่อนสิ”  ผีตนนั้น ก็ตอบมาแบบสะบัดๆ ทำนองไม่พอใจ ว่า “866

วิทยากรท่านนี้ เห็นผีมันตอบแบบสะบัดๆ แบบไม่พอใจ  เลขก็ดูประหลาดๆ  ท่านก็เลย ไม่ซื้อ และไม่เล่าให้ใครฟัง ปรากฏว่า หวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2557  รางวัลที่ 1 ออกมาคือ 028866

เลขท้าย 3 ตัว ตรงเผงเลย


วิทยากรคนที่ว่า มาเล่าให้ฟังภายหลัง  แฟนท่าน ผมเอง “เซ็งชีวิต” ไปตามๆ กัน  เพราะ เราก็ซื้อลอตเตอรี่ ซื้อหวยกันบ้างตามโอกาส 

-------------------------
เขียนโดย ดร. มนัส โกมลฑา Ph.D. (สหวิทยาการ)
www.manaskomoltha.net
Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/manas4299/
Line ID : manas4299
Youtube: https://www.youtube.com/user/mommeam4299/
โทรศัพท์ : 083-4616989