บริจาค

เห็นว่า..บล็อกนี้ดี มีประโยชน์... โปรดสนับสนุนผู้ทำบล็อกได้ที่ พร้อมเพย์ 083-4616989
หรือบัญชี 002-1-70462-8 กสิกรไทย สาขาบางลำภู
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาลพระภูมิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาลพระภูมิ แสดงบทความทั้งหมด

ถอนศาลพระภูมิ


มีคนเข้าไปตั้งกระทู้ในห้องศาสนา พันธุ์ทิพย์ที่น่าสนใจ และควรนำมาวิพากษ์วิจารณ์กัน กระทู้นั้นชื่อ “ถามเรื่องถอนศาลพระภูมิค่ะ

เนื้อหาก็เป็นดังนี้

บ้านเดิมซื้อต่อเค้ามา เค้าตั้งศาลไว้ ตอนนี้ 30 ปีแล้ว เราจะรื้อบ้านปลูกใหม่

แม่บอกว่า บ้านใหม่ไม่ต้องตั้งศาลหรอก เราก็เห็นด้วยนะ เพราะถ้าเราสร้างเอง เราก็ไม่ตั้งศาล นี่เพราะเจ้าของเก่าเค้าทำไว้ แต่ก็กังวลเหมือนกัน

ควรจะถอนยังไง มีขั้นตอนหรือวิธีอะไรรึเปล่า เราก็ไม่รู้ว่า มีพระภูมิหรือเจ้าที่อยู่จริงมั้ย

ส่วนตัวนับถือพุทธ ยึดถือพระธรรม แต่อดกังวลไม่ได้น่ะค่ะ

ลองคิดว่าถ้ามีอยู่จริง รู้สึกสงสาร กลัวเค้าจะไม่มีที่อยู่ นึกถึงตัวเอง ถ้าโดนใครมาไล่ มาทำลายบ้านน่ะค่ะ

ถามผู้รู้ คนที่เคยถอนศาล รบกวนแนะนำหน่อยค่ะ

เรื่องนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็จะแนะนำว่า “รื้อไปเลย ไม่ต้องไปสนใจอะไร” 

ที่ว่าเมื่อก่อน คือ ก่อนหน้าที่จะไปรู้เรื่องเจ้าที่ในศาลพระภูมิแผลงฤทธิ์เอากับคนได้ จนพวกวิทยากรต้องไปช่วยกันเจรจา

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่

เรื่องที่ว่าสนับสนุนให้รื้อเลยมี 2 ช่วง 

ช่วงแรกเป็นอย่างนี้

อย่างที่เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า ผมนี่มันเข้าขั้นพวกบ้าอ่านหนังสือ อ่านมันดะไปทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นหนังสือเรียน

เกรดที่ได้มันถึงไม่ค่อยจะน่าภูมิใจนัก แต่ก็ได้ความรู้ติดตัวมาเยอะ

อยู่มาวันหนึ่ง ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับศาลพระภูมิ ประทับใจผมมาก ยังประทับใจและจำได้จนถึงทุกวันนี้

เรื่องของเรื่องก็เป็นว่า เจ้าของบ้านท่านหนึ่ง รู้สึกว่า เป็นผู้รับเหมา ลูกเกิดป่วย รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ก็ต้องไปพึ่งนายแพทย์ปีศาจ หรือหมอผี หมอดูทั้งหลาย

ผลก็ปรากฏออกมาว่า “ถูกพระภูมิเจ้าที่เล่นงาน”  คนทรงก็บอกวิธีการว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง ลูกถึงจะหายจากการเจ็บป่วย

ที่ว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็คือ ต้องเอาของไปเซ่นสังเวยให้กับเจ้าที่ ต้องทำพิธีโน่น พิธีนี่ให้วุ่นวายกันไปพักใหญ่

ท่านเจ้าของบ้าน ท่านเขียนมาว่า ท่านก็ทำตามเต็มที่ เสียเงินไปมากหลาย 

เมื่อลูกของท่านหายดีแล้ว  ท่านก็เอารถแทรกเตอร์ไถศาลพระภูมิทิ้งไปเลย  ท่านบอกเหตุผลว่า “อาศัยบ้านผมอยู่ ยังมาแกล้งลูกผม ก็อย่าอยู่ด้วยกันเลย

เรื่องนี้ประทับใจผมมาก มันจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเสมอ  คือ ผมเชื่อว่าศาลพระภูมิมีจริง แต่ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ  เจ้าที่ก็คงไม่มีฤทธิ์อะไรนักหนา

ช่วงที่สอง เป็นอย่างนี้

ตอนนี้ ผมเป็นวิทยากรสอนปฏิบัติธรรมแล้ว ผมมีความรู้มากขึ้น มีบุญบารมีมากขึ้น มีจักรพรรดิมากขึ้น

เรื่องเจ้าที่ศาลพระภูมินี่  เวลาผมไปที่ไหน ท่านต้องมาแสดงความเคารพผม

การที่มีจักรพรรดิมากขึ้นนั้น เมื่อเอ่ยถึงเรื่องผีสางนางไม้เหล่านี้ ก็คล้ายๆ กับ ผมมีกองทัพชั้นดีอยู่ในมือเปรียบเทียบกับจิ๊กโก๋กระจอกๆ ทำนองนั้น

ผมจึงไม่ค่อยให้ความสนใจกับพระภูมิเจ้าที่นัก คือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน

พอไปพบว่า พระภูมิเจ้าที่สามารถทำให้คนเจ็บได้ สามารถทำให้คนตายได้ ผมจึงเปลี่ยนความคิด คือ ความคิดส่วนตัวเหมือนเดิม แต่กับคนอื่นนี่ ไม่ได้แล้ว

คือ คนบางคนเมื่อไปทะเลาะกับพระภูมิเจ้าที่  ตอนที่ยังมีกรรมดีสนับสนุน บุญพาวาสนาส่ง พระภูมิเจ้าที่ก็คงทำอะไรไม่ได้  แต่ได้แค้นลึกๆ

พอถึงเคราะห์หามยามซวย  พระภูมิเจ้าที่ก็สามารถมาเล่นงานผสมโรงได้  เข้าลักษณะที่ว่า “ผีซ้ำด้ำพลอย” นั่นแหละ

ลองมาดูความคิดเห็นของคนอ่านกันหน่อย

สมัยผมยังเด็ก พ่อเคยซื้อที่ต่อจากหลังบ้านออกไป มีศาลเก่าติดอยู่ด้วย พ่อก็ไปจุดธูปบอกพระพุทธรูปในบ้านเป็นกำลังใจ

แล้วให้ผมช่วยกันถอนหามหัวห้ามท้าย เอาไปไว้ในที่ของเจ้าของเก่า ก็ยังอยู่กันได้มาจนทุกวันนี้ จะมีบ้าง ก็คนแถวบ้านที่รู้ เขาอวยพรกัน ขรมว่าจะต้องมีอันเป็นไป

คุณคงไม่ใจแข็งถึงขั้นนี้ แนะนำให้ไปปรึกษาผู้รู้ หรือพระจะดีกว่า  เพื่อความสบายใจของคุณและคุณแม่

แต่เท่าที่ผมเคยเห็นพิธีถอนศาล เขาจะไม่ยืดเยื้อกันมาก ตั้งเครื่องไหว้บอกเล่า แล้วก็ทำน้ำมนต์รดกันเท่านั้น

หากใครแนะนำพิธียืดเยื้อใหญ่โต ให้ระวังเรื่องการหลอกลวงไว้ด้วย

ถือว่าเป็นความคิดเห็นที่ดี  แต่เรื่องที่เขาถามนี่ ไม่สามารถเอาศาลเก่าย้ายไปได้ เขาต้องการรื้อออกเลย

บ้านใหม่ไม่ต้องตั้งศาลหรอก ดีแล้วครับอย่ามีเลยดีกว่า แต่... ถ้าของเดิมมีอยู่ จะถอนก็จุดธุปตั้งโต๊ะซักหน่อยถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ทำไปเพื่อความสบายใจ

ภพโอปปาติกะ มีจริง

คนนี้ก็แนะนำถูกต้อง ควรทำตาม แต่บอกไปแล้ว พระภูมิเจ้าที่ท่านจะรับรู้และยอมหรือเปล่าก็ไม่รู้

ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ยึด พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ก็ถูกต้องแล้ว แต่ว่า โอปาติกะ ก็มีจริง

ขนาดพระบางรูปยังโดน ปรึกษาผู้รู้ หลายๆท่านหน่อย และก็เลือกผู้ที่มีศีลธรรมดี

ความเห็นนี้ ไม่เขียนเสียดีกว่า คือ ไม่ได้ช่วยแนะนำอะไร แถมมีขู่เสียอีกว่า “ขนาดพระบางรูปยังโดน”  

พระสมัยนี้ จะไปคาดหวังอะไรกันได้นักหนา  ผีหลอกวิ่งจีวรปลิวก็มีให้เห็นมาแล้ว

วัดแขก น่าจะตอบคำถามได้  เพราะจะมีพราหมณ์ มาทำพิธีให้  ว่าแต่ ราคาไม่น้อยเลยนะ สองหมื่น ถึง สามหมื่นได้

ความเห็นนี้ ผมอ่านเองยังตกใจเลย  อะไรวะ แค่ย้ายศาลพระภูมิ ต้องใช้ 2-3 หมื่นเชียวหรือ

เรื่องนี้ถ้าเป็นพวกผมนะ หมายความว่า รู้จักวิทยากรของเรา แค่เอาวิทยากรไปสอนคนในบ้านให้ปฏิบัติธรรม แล้วบอกให้พระภูมิเจ้าที่มาเรียนด้วย ก็เสร็จเรื่อง

คือ พระภูมิเจ้าที่ เขาก็จะได้บุญบารมี เป็นเทวดาที่สูงขึ้น เขาก็ไปหาที่อยู่ใหม่ของเขาเอง

ไม่ต้องเสียเงินอะไรทั้งสิ้น  ได้บุญบารมีเป็นของแถมอีก..

-------------------------
เขียนโดย ดร. มนัส โกมลฑา Ph.D. (สหวิทยาการ)
www.manaskomoltha.net
Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/manas4299/
Line ID : manas4299
Youtube: https://www.youtube.com/user/mommeam4299/
โทรศัพท์ : 083-4616989




เจ้าที่กับศาลพระภูมิ




“เจ้าที่” กับ “พระภูมิ” นี่ พจนานุกรมฉบับปัจจุบันเห็นว่า มีความหมายเช่นเดียวกัน  และให้ความหมายไว้ ดังนี้

พระภูมิ น. เทพารักษ์ประจําพื้นที่และสถานที่, พระภูมิเจ้าที่ ก็เรียก.
เจ้าที่ ๑ น. พระภูมิ, มักใช้เข้าคู่กันเป็น พระภูมิเจ้าที่.
เจ้าที่ ๒ เจ้าที่เจ้าทาง น. เทวดารักษาพื้นที่และหนทาง.

แต่คนจำนวนมาก เห็นว่า ไม่เหมือนกัน  มีคนตอบคำถามไว้ ดังนี้

พระภูมิจะถูกอันเชิญให้อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

แต่เจ้าที่ มักจะอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะที่ไหน ก้อมักจะมีเจ้าที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง เพราะเค้าเป็นผู้คุ้มครอง สถานที่แห่งนั้นๆไงล่ะ

ประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยกับคนทั้งหลาย  ไม่เห็นด้วยกับพจนานุกรม  แต่สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็น “เจ้าที่” ที่เข้าไปอยู่ในศาลพระภูมิ 

แล้วมีคนไปย้ายศาลพระภูมิ โดยไม่บอกกล่าวกันก่อน  ท่านจึงยั๊วะสุดขีด อาละวาดเสียจนพวกผมต้องไปช่วยไกล่เกลี่ยให้

เมื่อวันที่ 28-31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมไปสอนปฏิบัติธรรมที่จังหวัดสงขลา  วันแรกสอนที่โรงพยาบาลหาดใหญ่  ตอนเย็นไปสอนที่สถานราชการแห่งหนึ่ง และจะค้างคืนที่นั่นด้วยเลย

ผลการสอนก็เป็นไปด้วยดี  แต่ตอนเสร็จภาระกิจการสอนแล้ว รองหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ขอร้องให้ไป “เคลียร์” กับศาลพระภูมิให้หน่อย

เรื่องของเรื่องก็มีความเป็นมา ดังนี้

สถานที่ราชการดังกล่าว ได้งบประมาณมาเพื่อจะสร้างอาคารแห่งใหม่ขึ้น  อาคารแห่งนี้ จะสร้างในส่วนที่เป็นศาลพระภูมิเดิม 

ด้วยความหวังดี  คณะผู้บริหารจึงเห็นพร้อมกันให้ไปเชิญพราหมณ์มาทำพิธีย้ายศาลพระภูมิไปยังอีกที่หนึ่ง ห่างจากที่เดิมประมาณ 80 เมตร

ขณะที่พราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่นั้น  ผู้หญิงคนหนึ่งในคณะผู้บริหาร เป็นลมสลบไปกลางงาน  ลูกน้องจึงแก้ตัวบอกว่า “ไม่ได้ทานข้าวเช้า

คุณผู้หญิงคนดังกล่าว ฟื้นขึ้นมาได้ ก็ด่าสวนกลับว่า “กูไม่ได้จนขนาดนั้น ข้าวเช้ากินอยู่ แต่เจ้าที่ท่านเล่นงาน

ต่อมา ท่านผู้บริหารอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่า มีวัววิ่งมาขวางหน้ารถ เกิดรถชนวัวขึ้น รถพังยับ  คนขับมีบาดแผลเล็กน้อย

ทั้ง 2 เรื่องสร้างความหวาดกลัวไปทั่วสำนักงาน  พอมีวิทยากรสอนปฏิบัติธรรมไปสอน  ก็เลยต้องทำหน้าที่ “เคลียร์” กับศาลพระภูมิด้วย

เหล่าวิทยากรทั้งหลายก็ต้องเดินไปคุยกับเจ้าที่  ก็ได้ความมาว่า


เจ้าที่ท่านยั๊วะสุดขีดในฐานะที่ไปมาบอกกล่าวกันก่อน อยู่ดีๆ ก็มาพราหมณ์มาย้ายกูเลย ไม่เห็นหัวกู ว่าอย่างนั้น

วิทยากรก็ไกล่เกลี่ย ท่านเจ้าที่ก็เกรงใจวิทยากร จึงยอมตกลง แต่บอกว่า ให้ทำพิธีขอโทษโดยหาขนม น้ำมาขอขมา แล้วก็จะเลิกราต่อกัน

เรื่องนี้ เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมที่ว่า เจ้าที่สามารถแผลงฤทธิ์ให้คนสลบ และเข้าสิงวัวให้มาขวางรถได้  เพราะ ผมไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อน ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าเทวดา เจ้าที่ ฯลฯ จะเกรงใจวิทยากร

นอกจากจะมีเจ้าที่ขี้ยั๊วะแล้ว  ข้างๆ บ้านที่ผมนอน ก็ยังมีผีเปรตอีก 1 ตัว เป็นเพศสตรี หน้าตาดุร้าย บอกบุญไม่รับ

วิทยากรที่ไปคราวนั้น มีผู้หญิง 3 ท่าน กลัวผีกันใหญ่  ผมก็บอกว่า เป็นวิทยากรจะกลัวผีทำไม  ผมไม่เคยกลัวผี  ท่านวิทยากรสตรีก็บอกว่า เป็นธรรมชาติของท่าน

ผมเองคันปากยิบๆ  ถ้าผีสวยสักหน่อยก็พูดว่า “ถ้ามาหลอกก็จะปล้ำผีดูสักที” แต่พอเห็นว่าเป็นผีขี้เหร่ก็เลยเงียบๆ ไว้ดีกว่า

วันรุ่งขึ้น วิทยากรก็แบ่งกลุ่มไปสอน กลุ่มหนึ่งไปสอนสงขลา ส่วนผมไปสอนโรงเรียนโสตศึกษา กับโรงเรียนบ้านคลองหวะ

ตอนเย็นใกล้จะเดินทางกลับ ก็ไปซื้อของที่ตลาดตันหยง  ท่านผู้บริหารของสถานที่ราชการดังกล่าว ก็โทรมาบอกอีกว่า “เจ้าที่อาละวาดอีกแล้ว

พนักงานหญิงคนหนึ่ง เกิดอาการป่วย แต่ตรวจหาสาเหตุของโรคไม่ได้  แต่ก็ขอหมอหมอนอนโรงพยาบาลก่อน 

ท่านผู้บริหารถามว่า “ก็ตกลงกันแล้ว ทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้นอีก

ผมก็ต้องกลับไปสถานที่นั้นอีกครั้งหนึ่ง  ผมไปถึงก่อนก็ไปคุยกับคณะผู้บริหารก่อน  วิทยากรอีกส่วนหนึ่งก็ขับรถตามกันมา

ในรถคนที่สองนี้  “เจ้าที่”  ได้บอกวิทยากรว่า “มึงไปบอกไอ้พวกนั้นที คราวนี้ไม่ใช่กู กูไม่ได้ทำ อีนั่นมันโดนคนอื่นทำ กูทำวันแรกหนเดียว

โดยสรุป เราก็เคลียร์กับเจ้าที่ได้ 

เมื่อผมได้ไปร่วมพิธีอาหารทะเล  ผมก็ได้เชิญเจ้าที่ไปด้วย  รวมถึงผีเปรตตนนั้นด้วย คือ สงสารเขาเหมือนกัน จะเชิญเจ้าที่คนเดียว มันก็ชอบกลอยู่

ตอนแรกเจ้าที่เห็นวิทยากรนั้น ท่านจะเห็นว่า “กายใสสว่าง” มาก ท่านก็ให้ความเกรงใจพอสมควร แต่ก็ยังไม่นับถือเท่าไหร่

พอเข้ามาร่วมพิธีถวายอาหารทะเลแล้ว  เจ้าที่นับถือวิทยากรแบบสุดตัว

โดยสรุป  วิทยากรชุดนี้ นอกจากจะสอนได้ผลแล้ว ยังสามารถ “เคลียร์” กับเจ้าที่ได้อีกด้วย  ใครอยากจะใช้บริการ ก็เชิญติดต่อได้ตามสะดวก


-------------------------
เขียนโดย ดร. มนัส โกมลฑา Ph.D. (สหวิทยาการ)
www.manaskomoltha.net
Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/manas4299/
Line ID : manas4299
Youtube: https://www.youtube.com/user/mommeam4299/
โทรศัพท์ : 083-4616989